การผ่าตัดหัวใจคืออะไร มีกี่แบบ ข้อบ่งชี้ และการดูแลหลังผ่าตัด
เมื่อไหร่ที่ต้องรักษา ‘โรคหัวใจ’ ด้วยการผ่าตัด ในแต่ละปีประเทศไทยมีอัตราการสูญเสียประชากรอันมีสาเหตุมาจาก “โรคหัวใจ” เป็นจำนวนไม่น้อย การรักษาด้วย “การผ่าตัด” จึงนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญ ที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจให้กับคนไทย เนื่องจากในปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ประกอบกับการมีแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจที่มีประสบการณ์มาก ทำให้การผ่าตัดหัวใจมีความปลอดภัยสูงและไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
บทความให้ความรู้
โดย นพ. บุลวัชร์ หอมวิเศษ ศัลยศาสตร์ทรวงอก ศูนย์โรคหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงการรักษาโรคหัวใจด้วยการผ่าตัดไว้อย่างละเอียด ตั้งแต่การผ่าตัดหัวใจเหมาะกับใคร รูปแบบการผ่าตัดหัวใจเป็นอย่างไร การเตรียมตัว วิธีการดูแลร่างกาย รวมไปถึงความเสี่ยงในการผ่าตัดหัวใจ เพื่อให้เข้าใจและเห็นถึงความปลอดภัยในการผ่าตัด พร้อมทั้งช่วยคลายความกังวลให้กับผู้ป่วยในเบื้องต้น โดยปกติการรักษาหัวใจจะแบ่งออกเป็น 3 วิธี คือ การใช้ยา การทำหัตถการพิเศษผ่านสายสวน และสุดท้ายคือ การผ่าตัด โดยปกติการใช้ยาถือเป็นการรักษาหลักในผู้ป่วยทุกราย แต่ก็จะมีข้อจำกัดว่าถ้าเส้นเลือดตีบรุนแรง ตีบจำนวนหลายเส้น หรือ ผู้ป่วยมีอาการมาก ก็ไม่สามารถใช้ยาอย่างเดียวได้และต้องมาพิจารณาถึงหัตถการหรือการผ่าตัดเพิ่มเติม
การผ่าตัดหัวใจมีหลักการเป็นอย่างไร? สำหรับการผ่าตัดจะแบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ
1.การผ่าตัดเปิดแบบปกติ ศัลยแพทย์จำเป็นต้องตัดแยกกระดูกหน้าอกออก เพื่อที่จะสามารถทำการผ่าตัดได้ง่ายขึ้น ซึ่งวิธีนี้คือ แผลผ่าตัดมีขนาดใหญ่ ถือเป็นการผ่าตัดมาตรฐาน ข้อดีของวิธีนี้สามารถผ่าตัดหัวใจได้ทุกชนิด แต่มีข้อจำกัดคือ กระดูกจะต้องถูกตัด ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดได้
2.การผ่าตัดแบบแผลเล็ก ปัจจุบันมีการพัฒนาการผ่าตัดมากขึ้น เป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ซึ่งแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กลงมาก แค่ 6-8 ซม. และมักจะอยู่บริเวณด้านข้างของผนังทรวงอก ทำให้ผู้ป่วยมีรอยแผลเป็นที่สวยงามมากขึ้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ยังมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก สามารถทำได้กับผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพเฉพาะ และไม่รุนแรงจนเกินไปเท่านั้น ประกอบกับยังต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญการ ทีมแพทย์ รวมถึงโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือครบ วิธีการผ่าตัดแบบแผลเล็กจึงไม่สามารถใช้ได้กับผู้ป่วยทุกราย ต้องให้ศัลยแพทย์เป็นผู้ตัดสินใจเลือกวิธีการผ่าตัดเฉพาะให้แก่ผู้ป่วยแต่ละราย
การผ่าตัดหัวใจ มีวิธีอย่างไร?
การผ่าตัดหัวใจทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับโรคของคนไข้ ซึ่งโรคที่เราพบบ่อยในประเทศไทยเป็นอันดับที่ 1 ก็คือ
- โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจของคนไข้ได้ ซึ่งหลักการผ่าตัดคือ เราจะนำเส้นเลือดแดงหรือเส้นเลือดดำจากบริเวณอวัยวะอื่น เช่น ใต้กระดูกหน้าอก ขา หรือ แขน มาทำเป็นทางเบี่ยง เพื่อเพิ่มเลือดไปเลี้ยงหัวใจให้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น
- โรคกลุ่มที่ 2 คือ โรคลิ้นหัวใจ จะแบ่งได้เป็น ลิ้นหัวใจตีบ และ ลิ้นหัวใจรั่ว ซึ่งการผ่าตัดจะมี 2 วิธี คือ การซ่อมลิ้นหัวใจ และ การเปลี่ยนลิ้นหัวใจ โดยปกติแล้วการซ่อมลิ้นหัวใจ เราถือว่าจะมีผลในการรักษาระยะยาวที่ดีกว่า จึงแนะนำเป็นทางเลือกแรกของการรักษา แต่ในบางกรณีศัลยแพทย์ก็ไม่สามารถซ่อมลิ้นหัวใจให้คนไข้ได้ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนลิ้นหัวใจแทน
การเตรียมตัว เมื่อต้องผ่าตัดหัวใจ
ผู้ป่วยต้องเตรียมตัวทั้งทางร่างกายคือพักผ่อนให้เพียงพอทานอาหารที่ดีและรับประทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งนอกจากนั้นผู้ป่วยยังต้องเตรียมตัวทางด้านจิตใจด้วยคือการทำจิตใจให้สบายไม่จำเป็นต้องเครียดหรือวิตกกังวล เนื่องจากการผ่าตัดหัวใจมีความปลอดภัยสูงและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
การดูแลร่างกาย เมื่อผ่าตัดหัวใจ หลังจากการผ่าตัดจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง
- ช่วงแรก คือ หลังผ่าตัดทันที ซึ่งจะกินเวลาประมาณ 7 วัน โดยปกติหลังจากการผ่าตัดเสร็จ ภายใน 1-2 วันแรกคนไข้จะได้รับการรักษาอยู่ในห้องไอซียู หรือ หอผู้ป่วยวิกฤตหัวใจ โดยมีจุดประสงค์เพื่อที่จะดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดเพราะถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อนก็สามารถที่จะรักษาและแก้ไขได้ทันที โดยในระยะเวลานี้คนไข้จะมีการใส่ท่อช่วยหายใจ การใช้เครื่องช่วยหายใจ การใส่สายวัดความดันในหัวใจ สายสวนปัสสาวะ และ สายระบายเลือดที่ค้างจากการผ่าตัด เมื่ออาการผู้ป่วยคงที่ก็จะนำสายทั้งหมดออกและย้ายผู้ป่วยกลับหอผู้ป่วยปกติ เพื่อทำกายภาพบำบัดและฟื้นฟูสมรรถนะของร่างกาย เมื่อผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ระดับหนึ่ง ก็จะอนุญาตให้กลับบ้านได้
- ช่วงที่ 2 คือ หลังจากผู้ป่วยกลับบ้าน โดยปกติจะแนะนำให้มีคนช่วยดูแลผู้ป่วยอีก 1-2 สัปดาห์ที่บ้าน โดยผู้ป่วยจะรู้สึกดีขึ้นประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ หลังจากการผ่าตัดเป็นระยะเวลา 1 เดือน และเมื่อถึงเวลา 3 เดือน ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ 100 เปอร์เซ็นต์
ความเสี่ยงในการผ่าตัดหัวใจ
ความเสี่ยงที่ผ่าตัดแล้ว จะเสียชีวิต หรือ ไม่ตื่น เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยและญาติส่วนใหญ่มักจะกังวลอย่างมาก ก่อนที่จะมารับการผ่าตัดหัวใจ แต่ในความเป็นจริง การผ่าตัดหัวใจเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างปลอดภัยมาก ศัลยแพทย์จะประเมินความเสี่ยงผู้ป่วยแต่ละราย โดยอาศัยการพิจารณาจากประวัติ โรคประจำตัว การตรวจร่างกาย และผลตรวจทางห้องปฎิบัติการ ซึ่งโดยปกติแล้ว ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยที่เข้ามารับการผ่าตัด จะถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยจะมีโอกาสเสียชีวิตจากการผ่าตัดเพียงแค่ 1-2 เปอร์เซ็นต์ และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น อัมพาต ไตวาย ปอดติดเชื้อ หรือ แผลติดเชื้อรุนแรง รวมกันไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น จะมีเพียง 10-20 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยที่อาจจะมีความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูงกว่าปกติ ซึ่งมักจะพบในผู้ป่วยที่สูงอายุมากๆ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้ หรือ ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดฉุกเฉินโดยศัลยแพทย์จะนำความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการผ่าตัด มาเปรียบเทียบกับความเสี่ยงของโรคที่อาจจะเกิดขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา แล้วนำมาปรึกษาร่วมกันพร้อมกับผู้ป่วยและญาติ เพื่อพิจารณาหาแนวทางการรักษาที่ดีสุดให้กับผู้ป่วยโรคหัวใจ
FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดหัวใจ
Q. การผ่าตัดหัวใจคืออะไร
A. การผ่าตัดหัวใจคือการรักษาทางการแพทย์สำหรับโรคหัวใจบางประเภท โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีการผ่าตัดตามชนิดของโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วย
Q. การผ่าตัดหัวใจมีกี่แบบ
A. การผ่าตัดหัวใจมีหลายรูปแบบ เช่น การผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ การผ่าตัดลิ้นหัวใจ หรือการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
Q. ใครบ้างที่อาจจำเป็นต้องผ่าตัดหัวใจ
A. ผู้ที่มีโรคหัวใจบางชนิด อาการรุนแรง หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
Q. การผ่าตัดหัวใจมีความเสี่ยงหรือไม่
A. การผ่าตัดหัวใจเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงตามระดับความซับซ้อนของโรคและสุขภาพผู้ป่วย แพทย์จะอธิบายความเสี่ยงและแนวทางดูแลอย่างเหมาะสมก่อนการรักษา
Q. ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนผ่าตัดหัวใจ
A. การเตรียมตัวอาจรวมถึงการตรวจร่างกาย การตรวจเลือด การปรับยา และการปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยระหว่างการรักษา
Q. ระยะเวลาพักฟื้นหลังผ่าตัดหัวใจนานแค่ไหน
A. ระยะเวลาพักฟื้นแตกต่างกันไปตามชนิดการผ่าตัดและสภาพร่างกายของผู้ป่วย บางรายอาจต้องใช้เวลาฟื้นตัวหลายสัปดาห์และติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
Q. หลังผ่าตัดหัวใจควรดูแลตนเองอย่างไร
A. ควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่เหมาะสม ดูแลแผลตามคำแนะนำแพทย์ และมาตรวจติดตามตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
Q. การผ่าตัดหัวใจช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้หรือไม่
A. เป้าหมายของการผ่าตัดคือช่วยควบคุมอาการและส่งเสริมคุณภาพชีวิต ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น โรคเดิมและการดูแลหลังผ่าตัด
สนับสนุนข้อมูลโดย : นพ. บุลวัชร์ หอมวิเศษ
ศัลยศาสตร์ทรวงอก ศูนย์โรคหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช