อยากตรวจสุขภาพหัวใจ ทำอย่างไรได้บ้าง
ในปัจจุบันที่วิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก "หัวใจ" หนึ่งในอวัยวะสำคัญของร่างกายก็ได้รับความสนใจและได้รับการพัฒนาวิธีการตรวจรักษาที่ละเอียดมากขึ้นตามลำดับ ตั้งแต่การตรวจที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่างเช่นการฉีดสีสวนหัวใจ (coronary angiography) ที่ถือว่าเป็นการปฏิวัติการตรวจรักษาโรคหัวใจที่ถูกคิดค้นตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 20 มาจนถึงการตรวจด้วยเครื่องมือสมัยใหม่ที่ผู้ป่วยไม่ต้องเสี่ยงเข้ารับการสวนหัวใจโดยตรงอย่างเช่นการตรวจด้วยเครื่องซีที (CT scan) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (cardiac MRI)
ในมุมของอายุรแพทย์โรคหัวใจหรือที่หลายครั้งเรามักเรียกสั้นๆว่า "หมอหัวใจ" อาจรู้สึกว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดีที่เรามีทางเลือกที่มากขึ้นในการดูแลรักษาผู้ป่วย แต่ในอีกมุมหนึ่งของผู้ป่วยหรือประชาชนทั่วไปการตรวจเหล่านี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนคุ้นเคยนัก ผมนายแพทย์ธิติศักดิ์ สกุลวรกิตติ หรือหมอตี๋ (ว.59772) อายุรแพทย์โรคหัวใจ ประจำศูนย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช จะขอนำทุกท่านไปทำความรู้จักกับการตรวจเหล่านี้ไปด้วยกัน
การตรวจของหัวใจเริ่มต้นตั้งแต่การซักประวัติอาการ การตรวจร่างกายอย่างละเอียด และการมองหากลุ่มโรคที่จะนำเราไปสู่โรคหัวใจโดยเฉพาะกลุ่มโรคเรื้อรังเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงและน้ำหนักตัวที่มากผิดปกติ การตรวจเหล่านี้ถือเป็นตรวจที่ปลอดภัยและคุ้มค่า เพราะเป็นการป้องกันที่สาเหตุสำคัญของภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันและหัวใจวาย
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ ECG (Electrocardiogram) เป็นการตรวจที่หลายคนอาจคุ้นเคยและอาจได้รับการตรวจมาบ้างแล้ว การตรวจ ECG ทำได้โดยการติดแผ่นรับสัญญาณที่บริเวณหน้าอกและแขนขาของผู้ป่วย เครื่องจะรับสัญญาณการนำไฟฟ้าของหัวใจหรือที่บางคนเรียกว่า "การเต้นของหัวใจ" แสดงออกมาเป็นเส้นกราฟ แพทย์จะสามารถแปลผลการตรวจได้ว่าขณะนั้นหัวใจมีการ "เต้นที่ตรงจังหวะ" และมีอัตราการเต้นของหัวใจที่อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ นอกจากนี้อาจตรวจพบลักษณะโครงสร้างของหัวใจที่ผิดปกติ เช่น ภาวะหัวใจโต ที่แสดงผ่านการนำไฟฟ้าของหัวใจที่ผิดปกติไปจากเดิม
หากแพทย์ต้องการประเมินการบีบตัวของหัวใจหรือการทำงานของลิ้นหัวใจ หนึ่งในการตรวจที่สำคัญก็คือการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนของหัวใจ (echocardiography) หรือที่หลายครั้งเรามักเรียกกันติดปากว่า "เอคโค่ (echo)" เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงลักษณะเดียวกันกับที่ใช้ตรวจดูทารกในครรภ์ แต่นำอุปกรณ์ดังกล่าวมาตรวจบริเวณหัวใจแทน การตรวจนี้จะสามารถแสดงให้เห็นถึงการบีบตัวคลายตัวของเนื้อหัวใจ การเปิดปิดของลิ้นหัวใจต่าง ๆ ได้ดี
ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติขณะที่ออกแรงหรือออกกำลังกาย การตรวจที่มีประโยชน์อย่างยิ่งคือการตรวจอาการทางโรคหัวใจขณะออกแรงซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี หนึ่งในวิธีที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายคือการตรวจด้วยการวิ่งสายพาน (treadmill exercise stress test) การตรวจชนิดนี้จะมีการติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือ ECG ขณะที่ผู้ป่วยเดินบนสายพานที่มีความเร็วเพิ่มขึ้น หากผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ แพทย์ที่สังเกตอาการอยู่ข้างๆจะสามารถรวบรวมข้อมูลลักษณะอาการที่เกิดขึ้นเข้ากับผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อระบุสาเหตุของอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น
การตรวจหาการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจเป็นหนึ่งในการตรวจที่ทำให้ผู้ป่วยและคนทั่วไปสับสนที่สุด เพราะสามารถตรวจได้หลายวิธีขึ้นกับระดับความรุนแรงของตัวโรค หากผูู้ป่วยมีอาการรุนแรงและมีความน่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบสูง เช่น มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเฉียบพลันแม้ขณะพัก มีการตรวจพบหลักฐานการตายของกล้ามเนื้อหัวใจจากการตรวจเลือด แพทย์อาจพิจารณาทำการสวนหัวใจเพื่อฉีดสีตรวจหลอดเลือดหัวใจ (coronary angiography) ทันที การสวนหัวใจทำได้โดยการแทงสายสวนผ่านหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ข้อมือหรือขาหนีบย้อนขึ้นไปยังหัวใจของผู้ป่วย การตรวจวิธีนี้จะสามารถประเมินการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจได้ชัดเจนและสามารถให้การรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดและวางขดลวดขยายหลอดเลือดหัวใจในบริเวณที่ตีบตันต่อได้ทันทีหากมีข้อบ่งชี้ แต่การตรวจรักษาวิธีนี้ต้องอาศัยอุปกรณ์และทีมแพทย์เฉพาะทางรวมถึงอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
ในกรณีที่แพทย์สงสัยว่ามีการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจที่ไม่ต้องการการรักษาเร่งด่วนฉุกเฉิน แพทย์อาจพิจารณาส่งการตรวจที่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่าได้แก่การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องซีทีร่วมกับการให้สารทึบสี (coronary computed tomography angiography (CCTA) การตรวจวิธีนี้จะสามารถประเมินขนาดหลอดเลือดและรอยตีบได้ หรืออาจทำการส่งตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (cardiac MRI) ที่จะแสดงให้เห็นว่ากล้ามเนื้อหัวใจมีร่องรอยของการขาดเลือดหรือไม่ ข้อจำกัดที่สำคัญก็คือหากผลการตรวจแสดงให้เห็นว่ามีการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการสวนหัวใจเพื่อรับการรักษาอีกครั้ง
การตรวจสุดท้ายที่ผมจะกล่าวถึงในวันนี้คือการตรวจหาคราบหินปูนบนหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องซีที (computed tomography coronary calcium scan) ซึ่งเป็นการตรวจที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน การตรวจชนิดนี้มีประโยชน์เป็นอย่างมากในการแสดงให้เห็นถึงความเสื่อมของหลอดเลือดหัวใจและช่วยให้แพทย์สามารถตัดสินใจเริ่มการรักษาโดยเฉพาะการให้ยาลดไขมันได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น ข้อจำกัดที่สำคัญก็คือการตรวจชนิดนี้ไม่สามารถประเมินการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจได้
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเรื่องราวการตรวจโรคหัวใจที่ผมแสดงให้ทุกท่านเห็นในวันนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ช่วยให้ทุกท่านเข้าใจถึงทางเลือกในการตรวจรักษาโรคหัวใจในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ผมยังคงแนะนำให้ทุกท่านปรึกษาและรับการตรวจรักษากับแพทย์ที่มีความชำนาญการเฉพาะทางก่อนเข้ารับทุกการตรวจ ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพที่ดีและหัวใจที่แข็งแรง ขอบคุณครับ
รายละเอียดและนัดหมาย: นพ.ธิติศักดิ์ สกุลวรกิตติ (ว.59772) อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด: [โปรแกรมตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดและหัวใจ]