ไส้เลื่อนขาหนีบ (Inguinal Hernia)
1. ภาพรวมของโรค ไส้เลื่อนขาหนีบ คือภาวะที่อวัยวะภายในช่องท้อง เช่น ลำไส้ เนื้อเยื่อไขมันในช่องท้อง หรืออวัยวะอื่นๆ เลื่อนดันออกมาผ่านจุดอ่อนหรือช่องตามธรรมชาติของกล้ามเนื้อผนังหน้าท้องบริเวณขาหนีบ จนเกิดเป็นก้อนนูนใต้ผิวหนัง ถือเป็นไส้เลื่อนชนิดที่พบบ่อยที่สุดในบรรดาไส้เลื่อนผนังหน้าท้องทั้งหมด พบบ่อยผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
แบ่งได้เป็น 2 ชนิดหลัก คือ ไส้เลื่อนชนิดทางอ้อม (indirect) ซึ่งพบบ่อยที่สุด กับไส้เลื่อนชนิดทางตรง (direct) ซึ่งทั้ง 2 ชนิดมักเกิดจากผนังหน้าท้องเสื่อมสภาพตามวัยหรือแรงดันในช่องท้องที่เพิ่มขึ้นเรื้อรัง พบได้มากขึ้นในผู้สูงอายุ ไส้เลื่อนชนิดทางอ้อม (indirect) สามารถพบในเด็กผู้ชายได้ เกิดจากช่องทางเดินของอัณฑะที่ไม่ปิดสนิทตั้งแต่กำเนิด ซึ่งในคนทั่วไปควรปิดสนิท การผ่าตัดรักษาจะแตกต่างไส้เลื่อนที่พบในผู้ใหญ่ที่สาเหตุเกิดจากผนังหน้าท้องเสื่อมสภาพ
ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย
- ยกของหนักเป็นประจำ หรือทำงานที่ต้องออกแรงเบ่งบ่อยๆ
- ไอเรื้อรัง เช่น ผู้ป่วยโรคปอด หรือสูบบุหรี่จัด
- ท้องผูกเรื้อรัง หรือต่อมลูกหมากโต ทำให้ต้องเบ่งอุจจาระหรือปัสสาวะบ่อย
- ภาวะอ้วน หรือผอมเกินไปจนกล้ามเนื้อผนังหน้าท้องอ่อนแอ
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นไส้เลื่อน
ข้อควรทราบที่สำคัญคือ ไส้เลื่อนขาหนีบจะไม่หายไปเองและมักมีขนาดใหญ่ขึ้นตามระยะเวลาที่มีไส้เลื่อน ไม่มียารักษาภาวะไส้เลื่อน วิธีรักษาให้หายขาดมีเพียงการผ่าตัดซ่อมแซม
2. อาการและสัญญาณเตือน
- ก้อนนูนบริเวณขาหนีบ ในเพศชายอาจลงไปถึงถุงอัณฑะ มักสังเกตเห็นชัดเจนขึ้นเมื่อยืน เบ่ง ไอ หรือยกของหนัก และยุบหายไปเมื่อนอนราบหรือใช้มือดันเบาๆ
- อาการปวดหน่วง ตึง หรือไม่สบายบริเวณขาหนีบ โดยเฉพาะหลังยืนหรือออกแรงนาน
- บางรายอาจไม่มีอาการใดๆ นอกจากคลำพบก้อนโดยบังเอิญ
- ก้อนที่เคยดันเข้าได้ กลับดันไม่เข้าอย่างกะทันหัน ร่วมกับปวดรุนแรง ผิวหนังบริเวณก้อนเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำ คลื่นไส้อาเจียน หรือท้องอืด อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณอันตรายของภาวะไส้เลื่อนติดคาหรือลำไส้ขาดเลือด (incarcerated / strangulated hernia) ต้องไปโรงพยาบาลทันที
3. การผ่าตัดรักษา: เปรียบเทียบวิธีเปิดหน้าท้องและวิธีส่องกล้อง
แนวทางการรักษาไส้เลื่อนขาหนีบตามมาตรฐานสากล แนะนำให้ผ่าตัดซ่อมแซมผนังหน้าท้องร่วมกับวางแผ่นตาข่ายสังเคราะห์ (mesh) เสริมความแข็งแรง เนื่องจากช่วยลดโอกาสไส้เลื่อนกลับเป็นซ้ำได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการเย็บซ่อมโดยไม่ใช้ตาข่าย โดยมีวิธีผ่าตัดหลักที่เป็นมาตรฐาน 2 วิธี ดังนี้
3.1 การผ่าตัดแบบเปิด (Open repair) นิยมใช้เทคนิค Lichtenstein tension-free mesh repair โดยเปิดแผลบริเวณขาหนีบยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร เข้าถึงและวางตาข่ายจากด้านหน้าของผนังหน้าท้อง
✔ ข้อดี
- ทำได้ภายใต้การระงับความรู้สึกเฉพาะที่ร่วมกับยาสงบประสาท หรือการฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง เหมาะกับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการดมยาสลบ เช่น โรคหัวใจหรือปอดรุนแรง
- เทคนิคเป็นที่คุ้นเคยแพร่หลาย ใช้เวลาผ่าตัดสั้นกว่าในหลายกรณี ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ ค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ต่ำกว่า
- เหมาะสำหรับไส้เลื่อนข้างเดียวที่เป็นครั้งแรก
✘ ข้อเสีย
- แผลผ่าตัดใหญ่กว่า ปวดแผลในช่วงหลังผ่าตัดระยะแรกมากกว่า และรอยแผลเป็นเห็นได้ชัดกว่า
- ข้อมูลพบอัตราการปวดเรื้อรังบริเวณขาหนีบหลังผ่าตัด สูงกว่าการผ่าตัดส่องกล้องเล็กน้อยถึงปานกลาง และระยะพักฟื้นกลับไปทำกิจกรรมปกติมักนานกว่า
- กรณีไส้เลื่อนสองข้างต้องผ่าตัดแยก 2 แผล และหากไส้เลื่อนกลับเป็นซ้ำหลังผ่าตัดเปิดมาก่อน การผ่าตัดซ้ำแบบเปิดจะยากขึ้นจากพังผืด จึงมักแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้วิธีส่องกล้องแทน
3.2 การผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Laparoscopic / endoscopic repair) ทำได้ 2 เทคนิคหลัก คือ TEP (Totally Extraperitoneal) และ TAPP (Transabdominal Preperitoneal) ใช้แผลขนาดเล็ก 0.5-1 เซนติเมตร 3 ตำแหน่ง สอดกล้องและอุปกรณ์เข้าไปวางตาข่ายจากด้านหลังของผนังหน้าท้อง ต้องดมยาสลบทุกราย
✔ ข้อดี
- แผลเล็ก เจ็บแผลน้อยกว่า ฟื้นตัวเร็วกว่า กลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่า
- ข้อมูลพบว่าอัตราการปวดเรื้อรังหลังผ่าตัดต่ำกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด จนแนวทางฉบับปรับปรุงล่าสุดยกระดับคำแนะนำให้เป็นวิธีที่แนะนำเป็นอันดับแรกได้แม้ในไส้เลื่อนข้างเดียวครั้งแรก หากศัลยแพทย์มีความชำนาญเพียงพอ
- เหมาะอย่างยิ่งสำหรับไส้เลื่อนสองข้าง (ผ่าตัดพร้อมกันได้จากแผลเดิม) ไส้เลื่อนที่กลับเป็นซ้ำหลังผ่าตัดเปิด และผู้ป่วยเพศหญิง
- ในการผ่าตัด TAPP (Transabdominal Preperitoneal) สามารถตรวจดูขาหนีบอีกข้างที่ยังไม่มีอาการไปพร้อมกันได้ในคราวเดียว
✘ ข้อเสีย
- ต้องดมยาสลบเท่านั้น ไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดด้านการดมยาสลบหรือทนต่อการอัดลมในช่องท้องไม่ได้
- ต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์เฉพาะทาง ค่าใช้จ่ายโดยรวมมักสูงกว่า และไม่มีให้บริการในทุกสถานพยาบาล
- เทคนิคซับซ้อนกว่า ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ของศัลยแพทย์ ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น การบาดเจ็บของเส้นเลือดหรือลำไส้ แม้พบได้น้อยมาก
|
หัวข้อเปรียบเทียบ |
ผ่าตัดแบบเปิด (Open) |
ผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Laparoscopic) |
|
ขนาดแผลผ่าตัด |
แผลเดียว ยาวประมาณ 5-7 ซม. |
แผลเล็ก 0.5-1.5 ซม. จำนวน 3 แผล |
|
การระงับความรู้สึก |
เฉพาะที่ / บล็อกไขสันหลัง / ดมยาสลบ |
ดมยาสลบเท่านั้น |
|
ความเจ็บปวด-การฟื้นตัว |
ปวดแผลระยะแรกมากกว่า ฟื้นตัวช้ากว่าเล็กน้อย |
ปวดน้อยกว่า ฟื้นตัวและกลับไปทำกิจกรรมได้เร็วกว่า |
|
ไส้เลื่อนสองข้าง |
ต้องผ่าตัดแยก 2 แผล |
ผ่าตัดพร้อมกันได้จากแผลเดิม |
|
กลับเป็นซ้ำหลังผ่าตัดเปิดมาก่อน |
ทำซ้ำยากขึ้นจากพังผืด |
เป็นทางเลือกที่แนะนำ เข้าจากระนาบใหม่ |
|
อุปกรณ์ / ค่าใช้จ่าย |
อุปกรณ์พื้นฐาน ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า |
ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง ค่าใช้จ่ายสูงกว่า |
การเลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุดควรพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยศัลยแพทย์จะประเมินร่วมกับผู้ป่วยจากหลายปัจจัย ได้แก่ ชนิดและตำแหน่งของไส้เลื่อน (ข้างเดียว/สองข้าง เป็นครั้งแรก/กลับเป็นซ้ำ) สภาพร่างกายและความพร้อมต่อการดมยาสลบ ประวัติการผ่าตัดช่องท้องเดิม
4. ตาข่ายผ่าตัด (Mesh): ความสำคัญ ประโยชน์ และข้อควรระวัง ตาข่ายสังเคราะห์ (surgical mesh) คือแผ่นวัสดุที่ใช้เสริมความแข็งแรงของผนังหน้าท้องบริเวณที่ซ่อมแซม เป็นส่วนประกอบสำคัญของการผ่าตัดไส้เลื่อนขาหนีบมาตรฐานในปัจจุบัน ทั้งวิธีเปิดและวิธีส่องกล้อง
4.1 ความสำคัญของตาข่าย
- หลักการซ่อมแซมไส้เลื่อนสมัยใหม่คือ tension-free repair คือซ่อมผนังหน้าท้องโดยไม่ดึงเนื้อเยื่อเข้าหากันจนตึง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของความเจ็บปวดและไส้เลื่อนกลับเป็นซ้ำในเทคนิคดั้งเดิมที่เย็บซ่อมด้วยเนื้อเยื่อของผู้ป่วยเองล้วนๆ
- ตาข่ายทำหน้าที่เสมือนโครงเสริมความแข็งแรงให้เนื้อเยื่อของร่างกายค่อยๆ เจริญเข้ามายึดเกาะจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของผนังหน้าท้อง ช่วยกระจายแรงตึงและเสริมความแข็งแรงได้ครอบคลุมกว่าการเย็บซ่อมด้วยไหมเพียงอย่างเดียว
- เป็นมาตรฐานการรักษามานานหลายทศวรรษ เทคนิค tension-free mesh repair ได้รับการยอมรับแพร่หลายตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา และมีข้อมูลรองรับความปลอดภัยและประสิทธิผลสะสมจำนวนมาก
4.2 ประโยชน์ของตาข่าย
- ลดอัตราไส้เลื่อนกลับเป็นซ้ำได้อย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการเย็บซ่อมโดยไม่ใช้ตาข่าย
- ลดแรงตึงของแนวซ่อมแซม ทำให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอกว่าและไม่ขึ้นกับขนาดของรูโหว่มากเท่าการเย็บซ่อมแบบดั้งเดิม
- เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เกิดการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (TEP/TAPP) ได้ เนื่องจากอาศัยการวางตาข่ายคลุมพื้นที่กว้างแทนการเย็บเนื้อเยื่อ
- ปัจจุบันมีตาข่ายหลายชนิดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
4.3 ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากตาข่าย
- การติดเชื้อของแผลหรือของตาข่าย พบได้ไม่บ่อยในการผ่าตัดตามนัดหมาย โดยทั่วไปต่ำกว่าร้อยละ 5 และยิ่งต่ำกว่านี้ในการผ่าตัดส่องกล้อง แต่หากติดเชื้อรุนแรงบางรายอาจจำเป็นต้องผ่าตัดนำตาข่ายออก
- อาการปวดเรื้อรังหรือรู้สึกตึง/มีสิ่งแปลกปลอมบริเวณที่วางตาข่าย ส่วนหนึ่งสัมพันธ์กับพังผืดยึดเกาะเส้นประสาทใกล้เคียงหรือการหดตัวย่นของตาข่ายเมื่อเวลาผ่านไป อาการปวดเรื้อรังระดับที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตชัดเจนพบได้ประมาณร้อยละ 2-4
- น้ำคั่งหรือก้อนเลือดคั่งรอบตาข่ายในระยะแรกหลังผ่าตัด ส่วนใหญ่ยุบหายได้เอง
- ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยมาก เช่น ตาข่ายเลื่อนตำแหน่ง หรือกัดกร่อนเข้าสู่อวัยวะข้างเคียง มักสัมพันธ์กับเทคนิคการวางตำแหน่งมากกว่าตัวชนิดของตาข่ายเอง
- ผู้ชายอายุน้อยที่ยังวางแผนมีบุตร ควรปรึกษาศัลยแพทย์ถึงผลของตาข่ายต่อระบบสืบพันธุ์ โดยเฉพาะกรณีต้องผ่าตัดทั้งสองข้าง แม้ข้อมูลโดยรวมจะค่อนข้างน่าอุ่นใจในการผ่าตัดข้างเดียว
5. ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ทั่วไป (ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง)
- ปวดแผล บวมช้ำ หรือมีก้อนเลือดคั่งบริเวณแผลผ่าตัด
- น้ำคั่งใต้แผล ซึ่งส่วนใหญ่ยุบหายได้เอง
- ปัสสาวะไม่ออกหลังผ่าตัด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีต่อมลูกหมากโต
- การติดเชื้อที่แผลผ่าตัด พบได้น้อยเมื่อดูแลแผลถูกวิธี
ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยแต่สำคัญ
- อาการปวดเรื้อรังหรือชาบริเวณขาหนีบ จากการระคายเคืองหรือพังผืดรัดเส้นประสาทบริเวณผ่าตัด ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนระยะยาวที่สำคัญที่สุดที่ควรพูดคุยกับศัลยแพทย์ก่อนผ่าตัด
- ไส้เลื่อนกลับเป็นซ้ำ (recurrence) ซึ่งพบน้อยลงมากตั้งแต่มีการใช้ตาข่ายเสริมความแข็งแรง
- ภาวะแทรกซ้อนต่อระบบสืบพันธุ์เพศชาย เช่น ภาวะอัณฑะขาดเลือด (ischemic orchitis) หรือถุงน้ำรอบอัณฑะ พบได้น้อยมาก
- ภาวะแทรกซ้อนเฉพาะของการผ่าตัดส่องกล้อง เช่น การบาดเจ็บต่อกระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ หรือหลอดเลือดใหญ่ พบได้น้อยมากในมือศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์
โดยรวมแล้ว การผ่าตัดไส้เลื่อนขาหนีบทั้งสองวิธีถือเป็นการผ่าตัดที่ปลอดภัยและมีมาตรฐานสูง ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบได้น้อย
6. สิ่งที่ควรจำ
- ไส้เลื่อนขาหนีบไม่หายเอง และมีแนวโน้มขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ การผ่าตัดคือการรักษาที่ได้ผลถาวรเพียงวิธีเดียว
- การผ่าตัดแบบเปิดและแบบส่องกล้องมีความปลอดภัยสูงทั้งคู่ แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ควรปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมในแต่ละรายบุคคล
- การใช้ตาข่ายเสริมความแข็งแรงเป็นมาตรฐานสากลที่ช่วยลดโอกาสไส้เลื่อนกลับเป็นซ้ำอย่างมีนัยสำคัญและปลอดภัย
- หากคลำพบก้อนที่ขาหนีบ ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและวางแผนผ่าตัดแต่เนิ่นๆ เพราะการผ่าตัดตามแผนมีความปลอดภัยสูงกว่าการผ่าตัดฉุกเฉินมาก
- หากก้อนดันไม่เข้า ปวดรุนแรงเฉียบพลัน ร่วมกับคลื่นไส้อาเจียนหรือท้องอืด ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
รายละเอียดและนัดหมาย: นพ.ชุตินันท์ เจริญศรี (ว.53585) ศัลยกรรมทั่วไป