ปวดหลัง หรือปวดกราม อย่าคิดว่าเป็นแค่กล้ามเนื้ออักเสบ อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคหัวใจก็ได้

หลายคนเมื่อมีอาการ ปวดหลัง ปวดบ่า ปวดไหล่ หรือปวดกราม มักคิดว่าเกิดจากการนั่งทำงานนาน ยกของหนัก หรืออาการออฟฟิศซินโดรม จึงเลือกพักผ่อนหรือรับประทานยาแก้ปวด

 

แต่รู้หรือไม่ว่า...ในบางกรณี อาการปวดเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือภาวะหัวใจขาดเลือด โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ๆ และไม่ควรมองข้าม เพราะการได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วสามารถช่วยลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้

 

ทำไมโรคหัวใจถึงทำให้ "ปวดกราม" หรือ "ปวดหลัง" ได้?

เมื่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบหรืออุดตัน กล้ามเนื้อหัวใจจะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ร่างกายอาจส่งสัญญาณความเจ็บปวดออกมาในบริเวณอื่น นอกเหนือจากหน้าอก เช่น

  • กราม
  • คอ
  • ไหล่
  • แขนซ้าย
  • หลังส่วนบน หรือระหว่างสะบัก

อาการนี้เรียกว่า Pain Radiation (อาการปวดร้าว) ซึ่งพบได้ในผู้ป่วยโรคหัวใจ โดยเฉพาะผู้หญิง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเบาหวาน ที่อาจไม่มีอาการเจ็บหน้าอกชัดเจนเหมือนที่หลายคนเข้าใจ

 

อาการแบบไหน...ที่ควรสงสัยว่าอาจเกี่ยวกับโรคหัวใจ?

หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมกัน ควรรีบพบแพทย์ทันที

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก เหมือนมีของหนักกดทับ
  • ปวดร้าวไปกราม คอ ไหล่ แขน หรือหลัง
  • เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • คลื่นไส้ เวียนศีรษะ หรือหน้ามืด
  • อาการเกิดขณะเดิน ขึ้นบันได ออกแรง หรือเกิดขึ้นขณะพักและไม่ดีขึ้นภายใน 5–10 นาที

 

ปวดหลังแบบไหน...อาจไม่ใช่ออฟฟิศซินโดรม?

อาการปวดหลังที่ควรระวัง ได้แก่

  • ปวดหลังส่วนบน หรือระหว่างสะบักโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ปวดร่วมกับแน่นหน้าอก หรือหายใจเหนื่อย
  • ปวดขณะออกแรง และดีขึ้นเมื่อหยุดพัก
  • ปวดร่วมกับเหงื่อแตก ตัวเย็น หรือคลื่นไส้

หากมีอาการเหล่านี้ ไม่ควรคิดว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าหรือกล้ามเนื้ออักเสบ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจขาดเลือดได้

 

ปวดกราม...เกี่ยวอะไรกับหัวใจ?

แม้อาการปวดกรามส่วนใหญ่จะเกิดจากปัญหาทางทันตกรรมหรือข้อต่อขากรรไกร (TMJ) แต่หากมีอาการปวดกรามโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน โดยเฉพาะร่วมกับอาการแน่นหน้าอก เหนื่อย หรือปวดร้าวไปไหล่และแขนซ้าย ควรรีบเข้ารับการตรวจ เพราะอาจเป็นอาการของหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจวายได้

 

เมื่อไรควรรีบไปโรงพยาบาล?

หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลหรือโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

  • เจ็บแน่นหน้าอกนานเกิน 5–10 นาที
  • ปวดร้าวไปกราม หลัง ไหล่ หรือแขน
  • หายใจลำบาก เหงื่อออกมาก ตัวเย็น
  • หน้ามืด เป็นลม หรือหมดสติ

เพราะทุกนาทีมีความสำคัญ การได้รับการรักษาเร็วสามารถช่วยลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

อย่ามองข้าม "ความปวด" ที่ผิดปกติ

 

ไม่ใช่อาการปวดหลังหรือปวดกรามทุกครั้งจะเกิดจากโรคหัวใจ แต่หากอาการเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน หรือมีอาการร่วม เช่น แน่นหน้าอก เหนื่อยผิดปกติ หรือปวดร้าวไปยังบริเวณอื่น การเข้ารับการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้วินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที

 

เพราะบางครั้ง...อาการที่หลายคนคิดว่าเป็นเพียง "ปวดเมื่อยธรรมดา" อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญจากหัวใจที่ไม่ควรมองข้าม

 

รายละเอียดและนัดหมาย: พญ.ณหทัย ฉัตรสิงห์ (ว.36429) อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

 

คลิกเพื่อดูรายละเอียด: [แพ็กเกจตรวจสุขภาพศูนย์หัวใจ]