• ไทย
  • อังกฤษ
เรียกรถพยาบาล 0 2483 9944 CALL CENTER 0 2483 9999
navavej_web_banner_Neurology_Center_1920x660

ศูนย์โรคระบบสมอง
(Neurology Center)

ศูนย์โรคระบบสมอง โรงพยาบาลนวเวช เห็นความสำคัญของการป้องกัน ดูแล รักษา และฟื้นฟู ในกลุ่มโรคทางระบบสมอง โดยเฉพาะภาวะสมองขาดเลือดไปเลี้ยงเฉียบพลัน ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างเร่งด่วน เราพร้อมดูแลรักษาทุกกระบวนการ ตั้งแต่การส่งรถพยาบาลไปรับจนถึงการรักษา ฟื้นฟู รวมถึงการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ โดยทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง คำนึงถึงความรวดเร็วในการรักษา และคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการเป็นหลัก ในภาวะฉุกเฉินด้านโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลพร้อมดูแลตลอด 24 ชม. ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านหลอดเลือดสมอง และระบบประสาท

เวลาทำการ
  เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00-20.00 น.
  ดูแลภาวะฉุกเฉินด้านหลอดเลือดสมอง 24 ชั่วโมง

navavej_web_banner_Neurology_Center_600x400

บริการของเรา

การป้องกันและค้นหาความเสี่ยง บริการรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบสมองและระบบประสาท ได้แก่
  • อาการปวดศีรษะ
  • อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน
  • อาการหลงลืม
  • โรคเกี่ยวข้องกับความจำ เช่น อัลไซเมอร์
  • โรคพาร์กินสันและการเคลื่อนไหวผิดปกติ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคเนื้องอกในสมอง
  • โรคความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง
  • ศัลยกรรมประสาท และโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ
  • โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
  • ภาวะกระดูกสันหลังยุบตัว
  • โรคเกี่ยวกับการนอนหลับที่ผิดปกติ
  • ตรวจประเมินภาวะความเครียด

ศักยภาพในการรักษา

ให้บริการการรักษาที่มุ่งเน้นไปที่ต้นเหตุ รวมถึงการติดตามอาการ และฟื้นฟู โดยแบ่งเป็นกลุ่มการรักษา ดังนี้

1. กลุ่มการวินิจฉัย และรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • การฉีดยาเพื่อลดอาการปวดศีรษะ ไมเกรน
  • การฉีดสีเพื่อตรวจหลอดเลือดสมอง (Cerebral Angiography)
  • การรักษาโรคหลอดเลือดสมองอุดตันโดยการใส่สายเข้าเส้นเลือดเพื่อดูดลิ่มเลือดในสมองออก (Clot Retrieval Treatment With EVT)
  • การรักษาโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองด้วยการใส่สายเข้าเส้นเลือดเพื่ออุดหลอดเลือดในสมอง (Embolization)
  • การตรวจการนอนกรน และการรักษาเฉพาะราย (Sleep Test)
  • เครื่องดึงคอและดึงหลังไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (Lumbar Traction & Cervical Traction)
  • เครื่องให้การรักษาด้วยคลื่นสั้นลดปวด (Shortwave)
2. กลุ่มการรักษาโดยการผ่าตัด
  • การผ่าตัดเปิดกะโหลก เพื่อนำเลือดหรือเนื้องอกออก
  • การผ่าตัดเจาะรูกะโหลก เพื่อนำเลือดออกจากสมอง
  • การผ่าตัดใส่สายน้ำระบายในโพรงสมอง
  • การผ่าตัดเนื้องอกต่อมใต้สมองด้วยกล้องผ่านทางรูจมูก
  • การผ่าตัดต่อหลอดเลือดสมอง
  • การผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้อง Endoscope

  • เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Spectral CT Scan) โดยเป็นเทคโนโลยีที่ให้ภาพคมชัด มีความละเอียดสูง เพิ่มความแม่นยำและความเร็วในการวินิจฉัยภาวะเลือดออกในสมอง
  • เครื่องเอ็มอาร์ไอ (MRI) ขนาด 3.0 เทสลา ระบบดิจิทัล เพื่อตรวจวิเคราะห์รอยโรค ได้รวดเร็วและแม่นยำ ในผู้ป่วยที่มีภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งจะแสดงภาพของเนื้อสมอง, เส้นเลือดสมอง, และก้อนเนื้อต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน
  • อัลตราซาวด์ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงหลอดเลือดที่บริเวณคอ (Carotid Duplex Scan)
  • เครื่องเอกซเรย์ตรวจหลอดเลือดชนิดสองระนาบ (Biplane) สำหรับการตรวจ ทำหัตถการด้านหลอดเลือดสมองได้ภาพที่คมชัด ในระยะเวลาอันสั้น อีกทั้งได้รับสารทึบแสงที่น้อยกว่าเครื่อง Single Plane ทั่วไป
  • เครื่องตรวจเส้นประสาทและกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า (EMG หรือ Electromyography)

การตรวจการนอนหลับ (Sleep test) เป็นการตรวจหาความผิดปกติของการนอนหลับในผู้ที่นอนกรน ผู้ที่มีอาการอุดกั้นของการหายใจหรือเกร็งกระตุกขณะหลับ โดยการตรวจประกอบไปด้วย
  • การตรวจวัดคลื่นสมองเพื่อวัดระดับความลึกของการนอนหลับ
  • การตรวจวัดการทำงานของกล้ามเนื้อขณะหลับ
  • การตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะหลับ
  • การวัดความอิ่มตัวของระดับออกซิเจนในเลือดแดงขณะหลับ
  • การตรวจวัดลมหายใจที่ผ่านเข้าออกจากจมูกและปาก ตลอดจนการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อหน้าอก และกล้ามเนื้อหน้าท้อง โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้ตลอดคืน เพื่อให้แพทย์ประเมินความรุนแรงของโรคต่อไป
ภาวะการนอนที่ผิดปกติ สังเกตได้ด้วยตัวคุณหรือคนรอบข้าง โดยจะมีอาการรู้สึกนอนไม่อิ่มหรืออ่อนเพลีย แม้จะนอนในชั่วโมงที่เพียงพอแล้ว ตื่นเช้าพร้อมอาการปวดศีรษะ ง่วงในเวลาที่ไม่ควร (เช่น ขับรถ) หงุดหงิด อารมณ์เสียง่ายกว่าปกติ ความจำสั้น สุขภาพไม่แข็งแรงในเด็ก เป็นต้น นอกจากนี้ หากเกิดภาวะการนอนที่มีภาวะหยุดหายใจในขณะนอนหลับร่วมด้วย จะสังเกตได้จากช่วงที่กรนเสียงดังและค่อยๆสลับกันเป็นช่วง ๆ และหยุดหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งหากเกิดต่อเนื่องจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ เนื่องจากออกซิเจนในขณะหยุดหายใจจะลดต่ำลง เมื่อเกิดในผู้ที่มีอาการอื่น ๆ เช่น ความดันโลหิตสูงหรือหัวใจขาดเลือด อาจเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ