• ไทย
เรียกรถพยาบาล 0 2483 9944 CALL CENTER 0 2483 9999
27 มกราคม, 2022
บทความสุขภาพ

ฟันปลอม/ฟันเทียม EP2 ฟันเทียมแบบถอดได้

ฟันเทียมแบบถอดได้ แบ่งตามชนิดของวัสดุที่ใช้ทำฐานฟันเทียมได้เป็น 2 ชนิด

 

1. ฟันเทียมถอดได้ฐานพลาสติก

  • มีโอกาสแตกหักง่ายเพราะเป็นพลาสติก แต่เมื่อแตกหักก็อาจซ่อมได้
  • หนามากกว่าฐานโลหะ
  • ราคาถูกกว่า
  • จริงๆแล้วมักใช้ฟันเทียมฐานพลาสติกสำหรับใส่ชั่วคราวเท่านั้น เช่น ใช้ใส่ทันทีหลังถอนฟันหน้าเพื่อให้มีความสวยงาม จากนั้นเมื่อแผลถอนฟันหายดีจึงค่อยทำฟันเทียมฐานโลหะ แต่ในไทยนิยมใส่ฐานพลาสติกค่อนข้างถาวร
  • เนื่องจากผิวพลาสติกมีรูพรุน เมื่อใช้ไปนานๆจะทำให้พลาสติกเปลี่ยนสี คือมีสีคล้ำลงเนื่องจากสีจากอาหารซึมเข้าไปติดในเนื้อพลาสติก หรืออาจมีหินปูนเกาะได้ ถ้าติดสีไม่มากอาจลองใช้เม็ดฟู่สำหรับทำความสะอาดฟันเทียมได้

 

ในปัจจุบันยังแบ่งฟันเทียมถอดได้ฐานพลาสติกได้เป็น 2 ชนิด

คือ ฐานแข็งและฐานนิ่ม/ฐานยืดหยุ่น(valplast) โดยฐานแข็งเป็นแบบที่ใช้โดยทั่วไป ทำจากวัสดุอะคริลิก(acrylic) เป็นที่ยอมรับ และใช้มานาน ในขณะที่ฐานนิ่ม ทำจากวัสดุไนลอน(nylon) มีความยืดหยุ่นสูง มีข้อดีคือ สามารถใช้วัสดุไนลอนที่ใช้เป็นฐานฟันเทียมมาใช้เป็นตะขอเกี่ยวกับฟันธรรมชาติได้ด้วย จึงมีความสวยงามมากกว่าเพราะไม่มีสีโลหะของตะขอที่ใช้ในฟันเทียมแบบปกติ แต่มีข้อเสียคือฐานนิ่มจะมีราคาสูงกว่า การจะกระจายแรงได้ไม่ดีเท่าแบบฐานแข็ง อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บต่อฟัน/เนื้อเยื่อที่รับแรงมากเกินไป และฐานนิ่มจะติดสีจากอาหารได้เร็วและมากกว่าฐานแข็ง

 

2. ฟันเทียมถอดได้ฐานโลหะ

  • มีความแข็งแรงมากกว่า โอกาสแตกหักน้อย แต่ถ้าโลหะบิดเบี้ยวจะซ่อมไม่ได้
  • สามารถทำได้บางกว่า ทำให้รู้สึกว่าใส่สบายกว่า
  • ราคาสูงกว่า
  • มีความแนบสนิทกับเนื้อเยื่อและฟันที่ดีกว่าจึงใช้เป็นฟันเทียมที่ใส่ถาวรในระยะยาว
  • ไม่เกิดการติดสีในส่วนที่เป็นโลหะ แต่ก็สามารถติดสีได้ในส่วนที่เป็นพลาสติก

 

นอกจากนี้ยังอาจแบ่งฟันเทียมถอดได้เป็น 3 ชนิด คือ

1. ฟันเทียมถอดได้ทั้งปาก

  • ใส่เมื่อผู้ป่วยสูยเสียฟันธรรมชาติทั้งปาก
  • การยึดอยู่ในปากโดยอาศัยจากน้ำลายและการประคองของกล้ามเนื้อต่างๆ ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาสักพักสำหรับการปรับตัวของกล้ามเนื้อและน้ำลายเพื่อให้ใส่ฟันเทียมได้ดี
  • ผู้ป่วยมักรู้สึกว่าฟันเทียมทั้งปากจะไม่ค่อยแน่นในปาก /ใส่แล้วหลวม/หลุดง่าย โดยเฉพาะฟันเทียมทั้งปากชิ้นล่าง ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าหลวมและปรับตัวให้เข้ากับฟันเทียมได้ยากกว่า เนื่องจากชิ้นล่างมักจะได้รับผลจากการขยับของลิ้นที่ขยับไปมาตลอด จึงมักจะหลุดง่ายกว่าชิ้นบน

 

2. ฟันเทียมบางส่วนถอดได้

  • ใส่ในผู้ป่วยที่สูญเสียฟันธรรมชาติไป แต่ยังเหลือฟันธรรมชาติที่ดีอยู่ จึงสามารถใช้ตะขอเกี่ยวยึดฟันเทียมให้ติดกับฟันธรรมชาติที่ยังมีสภาพดีได้ ดังนั้นฟันเทียมจึงยึดอยู่ในปากได้ดีกว่าฟันเทียมทั้งปาก
  • ข้อเสีย คือ ไม่ค่อยสวยงาม เห็นสีตะขอ(อาจเป็นสีโลหะ สีเหมือนฟัน หรือสีชมพู ขึ้นกับชนิดของฟันเทียมและความเหมาะสมในการใส่ตะขอ)

 

3. ฟันเทียมคร่อมราก / ฟันเทียมตร่อมรากเทียม

  • ใส่เมื่อมีการสูญเสียฟันธรรมชาติไปมากๆจนแทบจะเป็นการใส่ฟันเทียมทั้งปาก แต่เพราะการใส่ฟันเทียมทั้งปากมักจะหลวมหลุดง่าย จึงทำฟันเทียมแบบถอดได้คร่อมรากฟันธรรมชาติที่เหลืออยู่ หรือปักรากฟันเทียมแล้วทำฟันเทียมคร่อมรากฟันเทียมเพื่อให้ฟันเทียมถอดได้ยึดอยู่ในปากได้แน่นขึ้น
  • ข้อดี การยึดอยู่ในปากดีกว่าฟันเทียมถอดได้ทั้งปาก ไม่หลวมหลุดง่าย ทำให้ใส่ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
  • ข้อเสีย มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการใส่ฟันเทียมถอดได้ธรรมดา แต่ก็ยังมีราคาถูกกว่าการใส่รากฟันเทียมทดแทนทั้งปากมาก

 

ใน EP3 จะพูดถึงฟันเทียมแบบติดแน่นกันบ้างนะคะ

 

สนับสนุนข้อมูลโดย

ทันตแพทย์หญิงณัฐธิดา สิริอมราพร

แพทย์เฉพาะทางด้านทันตกรรมทั่วไป