• ไทย
เรียกรถพยาบาล 0 2483 9944 CALL CENTER 0 2483 9999
26 มกราคม, 2022
บทความสุขภาพ

ครรภ์เป็นพิษ เรื่องที่คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรมองข้าม

 

ครรภ์เป็นพิษ คือ ภาวะที่มีความดันโลหิตสูงในขณะตั้งครรภ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย อาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ทั้งต่อแม่และลูก

 

หากกล่าวถึงความดันโลหิตสูงในขณะตั้งครรภ์ คือ ภาวะที่มีความดันโลหิตมากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่

1. ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ (Gestational Hypertension) คือ ความดันโลหิตสูง มากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท เพียงอย่างเดียว ตรวจพบหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์

 

2. ครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia and Eclampsia) คือ ความดันโลหิตสูง มากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ร่วมกับ โปรตีนรั่วในปัสสาวะ ตรวจพบหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ อาจเกิดอาการรุนแรงจนชัก และ เสียชีวิตได้

 

3. ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง (Chronic Hypertension) คือ เป็นโรคความดันโลหิตสูงตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ หรือ ตรวจพบก่อนอายุครรภ์ 20 สัปดาห์

 

4, ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง ร่วมกับ ครรภ์เป็นพิษ (Chronic Hypertension with Superimposed Preeclampsia)

โดยความดันโลหิตสูงทุกชนิด อาจพัฒนากลายเป็นครรภ์เป็นพิษรุนแรงได้ และอาจส่งผลต่อชีวิตของแม่และลูกได้

 

ปัจจัยเสี่ยงต่อครรภ์เป็นพิษ ได้แก่

  • เคยมีประวัติครรภ์เป็นพิษในครรภ์ก่อน
  • ความดันโลหิตสูงก่อนการตั้งครรภ์
  • โรคไต
  • โรคเบาหวาน
  • โรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตัวเอง เช่น SLE, Antiphospholipid syndrome
  • ครรภ์แฝด
  • อ้วน
  • ประวัติครอบครัว มีคนเป็นภาวะครรภ์เป็นพิษ
  • อายุ มากกว่า 35 ปี

 

ครรภ์เป็นพิษมีอาการอย่างไร

  • ความดันโลหิตสูง > 140/90 มิลลิเมตรปรอท
  • ปวดหัว
  • ตามัว
  • ปวดท้อง จุกแน่นชายโครงขวา หรือ ใต้ลิ้นปี่
  • บวม ที่ เท้า ขา มือ หน้า
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้นเร็วผิดปกติ
  • ปัสสาวะเป็นฟอง
  • ตรวจพบโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
  • หอบเหนื่อย
  • ชัก
  • รกลอกตัวก่อนกำหนด
  • ทารกโตช้าในครรภ์

 

การประเมินความรุนแรงของครรภ์เป็นพิษ ได้แก่

  • ครรภ์เป็นพิษไม่รุนแรง (Preeclampsia without severe feature) คือ

ความดันโลหิตสูง > 140/90 มิลลิเมตรปรอท ไม่มีอาการรุนแรง และไม่มีภาวะแทรกซ้อน

  • ครรภ์เป็นพิษรุนแรง (Preeclampsia with severe feature) คือ

ความดันโลหิต > 160/110 มิลลิเมตรปรอท มีอาการรุนแรงต่างๆ ตรวจพบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ผิดปกติ เช่น ตับอักเสบ การทำงานของไตลดลง หรือ ไตวาย เม็ดเลือดแดงแตก เกล็ดเลือดต่ำ การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ น้ำท่วมปอด

หากมีอาการรุนแรง ชัก หรือหมดสติ ต้องรีบทำการรักษา เพราะอาจอันตรายถึงชีวิตได้ทั้งแม่และลูก

 

การตรวจคัดกรองและการป้องกันครรภ์เป็นพิษ

  • การตรวจคัดกรองสามารถใช้การซักประวัติความเสี่ยงๆต่อครรภ์เป็นพิษ การเจาะเลือดประเมินความเสี่ยง อัลตราซาวด์ตรวจเส้นเลือดที่มดลูก และพิจารณาให้ยาแอสไพริน เพื่อป้องกันการเกิดครรภ์เป็นพิษ

 

การดูแลผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงและการรักษาครรภ์เป็นพิษ

  • ครรภ์เป็นพิษสามารถพยากรณ์การเกิดและป้องกันได้ คุณแม่ไปตรวจครรภ์ตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ
  • หากมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ควรดูแลรักษากับแพทย์เฉพาะทางสาขานั้นๆ อย่างใกล้ชิด ควบคุมโรคให้อยู่ในภาวะสงบ และปรึกษากับแพทย์ก่อนวางแผนตั้งครรภ์
  • สังเกตุอาการของตนเองอยู่เสมอ หากมีอาการที่เสี่ยงต่อครรภ์เป็นพิษ เช่น บวมมาก น้ำหนักขึ้นเร็ว ปวดหัว ตามัว หอบเหนื่อย ให้รีบเข้ามาปรึกษาแพทย์
  • หากวินิจฉัย ครรภ์เป็นพิษรุนแรง ต้องทำการรักษาโดยการยุติการตั้งครรภ์ เช่น ผ่าตัดคลอด อย่างเร็วที่สุด โดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางในการรักษาจากอายุครรภ์ ณ ขณะวินิจฉัยเป็นหลัก จำเป็นต้องให้ยาป้องกันการชักตั้งแต่ก่อนคลอดจนถึง 24 ชั่วโมงหลังคลอด และให้ยาลดความดันโลหิต
  • หากอายุครรภ์ยังก่อนกำหนดมาก ทารกยังไม่สมบูรณ์มากพอ อาจรักษาด้วยการประคับประคอง ควบคุมความดันโลหิต ร่วมกับให้ยากระตุ้นปอดทารก และยุติการตั้งครรภ์เมื่อมีข้อบงชี้
  • ร่วมดูแลรักษากับแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่นๆ เช่น อายุรแพทย์ กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

 

แม้ว่าภาวะครรภ์เป็นพิษจะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่การฝากครรภ์ที่ถูกต้อง การตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ และการดูแลที่เหมาะสมสำหรับหญิงตั้งครรภ์แต่ละคน ก็อาจจะช่วยป้องกัน ลดความเสี่ยง และลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ครับ

 

สนับสนุนข้อมูลโดย :

นายแพทย์ธิติพันธุ์ น่วมศิริ

สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM)