• ไทย
เรียกรถพยาบาล 0 2483 9944 CALL CENTER 0 2483 9999
18 สิงหาคม, 2021
บทความสุขภาพ

โรคผิวกระดูกอ่อน ลูกสะบ้าเข่าอักเสบ

อาการเจ็บเสียวเข่าที่พบเจอได้ทุกวัย, ปวดเข่าเข่ามีเสียงเวลาขึ้นลงบันได  สัญญาณบ่งบอกอาการ เข่าเสื่อม

โรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ “อีกโรคปวดเข่ายอดฮิตของคนหนุ่มสาวและวัยกลางคน ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเข่าเสื่อมตอนอายุเกิน 50”

 

 

 

โรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ

เป็นกลุ่มอาการ ปวดเสียวแปล๊บเจ็บ ที่บริเวณหน้าเข่า ที่เรียกว่า patellofemoral pain syndrome โดยเกิดรอยโรคที่ใต้ลูกสะบ้า (Patellar) แพทย์บางท่านจะแปล และบอกคนไข้ว่าโรคผิวสะบ้านิ่ม หรือ Chondromalacia patellae หรือ ผิวลูกสะบ้าเสื่อม หรือ เริ่มเสื่อม ก็คงแล้วแต่จะเเปลความหมาย ตามรากศัพท์กันไปเพื่อให้คนไข้เข้าใจมากขึ้นนั้นเอง

 

โรคผิวสะบ้าอักเสบนี้ พบได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ประมาณ 2-3 เท่า อายุที่พบได้บ่อยคือ วัยกลางคน 20 – 40 ปี และนักกีฬาบางรายที่ออกกำลังไม่ถูกวิธี ซึ่งพยาธิสภาพของโรคนี้ เกิดที่บริเวณผิวข้อ (Cartilage) ใต้กระดูกลูกสะบ้า

 

อาการของโรค

ผู้ป่วยจะมีอาการเสียว ปวด เจ็บหรือแค่รู้สึกแปล๊บๆในรายทีอาการไม่มาก โดยจะเป็นบริเวณหน้าเข่าหลายรายมีอาการเสียงดังในเข่าร่วมด้วย

อาการที่พบในชีวิตประจำวันมากที่สุดคือจะมีอาการเจ็บ เสียว

  1. เวลาขึ้นลงบันไดอาการจะมากหรือน้อยก็ขึ้นกับโรคว่าเป็นแผล หรือผิวลูกสะบ้าอักเสบมากหรือน้อย
  2. เวลานั่งอยู่ในรถแล้วลุกลงจากรถหรือนั่งนานๆแล้วลุกเปลี่ยนท่า
  3. นั่งยองๆทำกิจกรรมต่าง หรือนั่งเก้าอี้นั่งเตี้ยๆ แล้วจังหวะลุกขึ้นจะเจ็บเสียว
  4. นั่งพับเพียบหรือ ขัดสมาธิ

 

โดยสรุปจะมีอาการตอนที่เข่าอยู่ในจังหวะงอ งอเท่าไหร่  โดยส่วนใหญ่อยู่ที่การ งอเข่ามากกว่า 90 องศา พองอเข่าได้สักพักแล้วเหยียดเข่าในท่าลุกขึ้นทันทีจะมีอาการเสียว เนื่องจากมีแรงกระทบไปที่ใต้ลูกสะบ้ามากขึ้นนั้นเอง การเดินทางราบอาการเจ็บจะไม่มากหรืออาจไม่มีอาการ โดยรวมแล้วอาการปวดมักไม่มาก ไม่รุนแรง คนไข้มักทนได้ มีอาการแค่เพียงเสี่ยววินาทีที่เจ็บเสียว จะปวดลักษณะรำคาญ คนไข้จะรู้สึกเป็นเรื้งรังจัง เป็นหลายเดือน หลายสัปดาห์แล้วไม่หายสักทีจนหลายคนพลานวิตกจริตคิดว่า เข่าจะเสื่อมแล้วใช่ไหม

คำตอบคือ โรคนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งได้ที่จะพัฒนะไปเป็นเข่าเสื่อมได้ในอนาคต ตอนอายุเริ่มมากขึ้น ถ้าไม่รักษา​ จากปวดน้อยก็อาจมีปวดเสียวมากในบางวัน หากมีอาการกำเริบก็จะปวดมากขึ้นเป็นบางครั้งได้ แต่จะมีอาการบวม ร้อนที่เข่าเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

 

อธิบายประกอบภาพ

รูปซ้าย : แสดงข้อเข่าปกติ และผิวข้อกระดูกอ่อน (Cartilage) ของลูกสะบ้าด้านใน เวลาพลิกออกให้ดูชัดๆ

ก็ปกติ ผิวเรียบไม่ขุรขระ ผิวไม่เรียบมีขุรขระ ดูอักเสบและแดง

 

รูปขวา :

แสดงข้อเข่าที่มีรอยโรคผิว cartilage เริ่มนิ่ม เริ่มเสื่อม

ผิวไม่เรียบมีขุรขระ ดูอักเสบและแดง

 

 

เช็คอาการ ปวดเข่า เข่ามีเสียง สัญญาณ “ข้อเข่าเสื่อม”

  1. รู้สึกปวดเข่า โดยเฉพาะเวลางอเข่าหรือเมื่ออากาศเย็นๆ
  2. รู้สึกปวดเข่า เวลาขึ้นลงบันได วิ่ง หรือ กระโดด
  3. ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กเวลางอเหยียดเข่า
  4. รู้สึกปวดเข่ามากขึ้นเมื่อนั่งพับเพียบ นั่งยองๆ หรือนั่งในท่าที่เข่างอมากๆ

 

โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

โรคนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น มี 3 ทฤษฎี ที่พอจะอธิบายการเกิดของโรคได้ ดังนี้

  1. ท่านั่งที่พับเข่า หรือชันเข่า
  •     นั่งกับพื้น หรือมีการงอเข่าเกินมุม 90 องศา นานไป มีการนั่งที่ไม่ถูกลักษณะ
  •     รวมถึงใช้งานมาก เดินมากไป ยืนนานไป ทำให้เข่าอยู่ในลักษณะที่เข่ารับแรงกระแทกนานไป นานเท่าไหร่ไม่มีใครศึกษาไว้

บางคนไข้นั่งงอเข่านานแค่ 5 นาที ลุกขึ้นมาก็มีอาการไปหลายเดือนหลายสัปดาห์

  1. กล้ามเนื้อรอบเข่าไม่แข็งแรง ไม่กระชับ เราทั่วไปมักคิดว่ากล้ามเนื้อเข่าก็ดูปกติ ไม่ได้ดูไม่แข็งแรงตรงไหน
  2. อุบัติเหตุมีการบาดเจ็บที่ผิวสะบ้า

 

 

 

 

 

เมื่อท่านมาพบแพทย์

  • แพทย์จำเป็นต้องซักประวัติการใช้งานข้อเข่า

– ว่าในชีวิตประจำวันมีนั่งผิดท่านั่งพับเข่าไหม ?

– ขึ้นลงบันไดมากไปไหม ?

– เดินหรือยืนนานไปไหม ?

  • แพทย์จะตรวจลูกสะบ้า กดลูกสะบ้าเพื่อจำลองแรงที่กดที่กระทำต่อผิวข้อ (Patellar grinding test)

(การตรวจเทสนี้คนไข้อาจรู้สึกเจ็บบ้าง ถ้าคนไข้มีอาการมานาน หรืออายุมากเกินวัยกลางคนแล้ว เช่น อายุมากกว่า 50 ปี, มีแนวเข่าแนวขาที่เริ่มผิดปกติ เช่น ขาเริ่มโก่งเข้าใน โก่งออกนอก)

               

แหล่งภาพได้มาจาก : medisavvy.com/patellofemoral-grind-test

 

  • แพทย์อาจขอ Film X-ray เบื้องต้นดู แต่ถ้า X-ray ไม่พบอะไรผิดปกติ หรือลองรักษาแล้ว นัดมาดูอาการแต่อาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจขอให้ทำ MRI

เพื่อดูให้ละเอียดถึงผิวกระดูกอ่อน (Cartilage lesion)

 

วิธีการรักษา โรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ”

เกือบทั้งหมด สามารถรักษาด้วยวิธีการไม่ผ่าตัด จากสถิติมีแค่ส่วนน้อยมากของคนไข้โรคนี้ที่ต้องผ่าตัด เมื่อได้ข้อมูลอย่างนี้ผู้ที่มาอาการของโรคนี้ไม่ต้องกลัว วิธีง่ายๆในการรักษาโรคนี้คือ

 

  1. ปฎิบัติตามแพทย์แนะนำในการนั่ง/ยืน ให้ถูกวิธี หลีกเลี่ยงท่าทางที่ทำให้แรงที่ ไปกดสะบ้าสูงขึ้นได้อย่างไร เช่นห้ามการนั่งคุกเข่า นั่งพับเพียบ ขัดสมาธิ และนั่งยองๆ
  2. การออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่าเพื่อให้เข่ากระชับแข็งแรงขึ้น เพื่อให้การเสียดสี และแรงกดที่เข่าจะได้ลดลง โดยกล้ามเนื้อรอบเข่ามัดหลัก   มี 4 มัด คือ มัดหน้าเข่า-มัดหลังเข่า-มัดด้านในเข่า-มัดด้านนอกเข่า ให้ทำการบริหารทุกวันๆ ละ 2-3 ครั้งๆ ละประมาณ 5-10 นาที
  3. การใช้อุปกรณ์พยุงเข่าในระยะระหว่างที่มีอาการปวดเข่า เช่น ตอนวิ่ง ยืน หรือเดินนานๆ
  4. รักษาด้วยการรับประทานยาเพื่อลดอาการปวดและการอักเสบเมื่อจำเป็น โดยควรปรึกษาแพทย์
  5. รักษาด้วยการทานยาบำรุงข้อกลุ่ม Glucosamine และ หรือDiacerein หรืออาจรวมการฉีดยาน้ำมันข้อเข่าเทียม ด้วยเพราะในบางรายอาการผิว

กระอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบนั้นเป็นมากขึ้นจนเกิดอาการผิวข้อเริ่มเสื่อมตามมา

 

แต่ก็มีการออกกำลังกายบางอย่าง ที่เป็นการบริหารกล้ามเนื้อเข่าให้แข็งแรง แต่กลับบริหารไม่ถูกวิธี หรือทำมากไป จะทำให้อาการปวดเข่าจาก

โรคผิวประดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ กำเริบและเป็นมากขึ้น คือ

–  การออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน

–  การบริหารโดยการทำท่า Squad

–  การออกกำลังกายโดยการวิ่งขึ้นวิ่งลงบันได การทำสก็อตจัมพ์

 

การออกกำลังเหล่านี้หมอพบคนไข้มาปรึกษาด้วยอาการปวดเข่าได้บ่อย หากการรักษาขั้นต้นไม่ดีขึ้น (ซึ่งพบได้น้อยที่จะไม่ดีขึ้น )

แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด แพทย์จะไม่แนะนำวิธีนี้ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เนื่องจากผลการรักษาในกรณีไม่พบสาเหตุแน่ชัด จะทำให้ผลการผ่าตัดไม่ดีนัก

การผ่าตัดแบ่งเป็น 2 วิธี คือ

  1. การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อทำความสะอาดแต่งผิวสะบ้าให้เรียบ รวมถึงการเจาะกระดูกเพื่อให้มีการซ่อมแซม
  2. การผ่าตัดจัดตำแหน่งลูกสะบ้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ในกรณีที่มีปัญหาลูกสะบ้าอยู่ไม่ถูกตำแหน่ง

 

การป้องกัน  การป้องกันโรคนี้ดีกว่าการแก้ปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ และมีวิธีป้องกัน ดังนี้

  1. จัดท่านั่ง ท่านอน ยืน เดิน ให้ถูกวิธี ไม่อยู่ในท่าพับเข่า หรืองอเข่าเกินมุม 90 องศา ที่ทำให้มีแรงกระทบและเสียดสีผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้า
  2. การฝึกฝนกล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรง และทำบริหารเป็นประจำการทำบริหารแค่ 2-3 สัปดาห์ คงไม่ทำให้อาการหายไป เพราะกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงพอ   ต้องทำมากกว่า 3 เดือนขึ้นไปถึงจะเริ่มเห็นผล โดยทำประจำทุกวัน
  3. การลดน้ำหนักให้เหมาะสมกับร่างกาย
  4. การออกกำลังกายอย่างถูกวิธี มีการยืดกล้ามเนื้อ ก่อนและหลังเล่นกีฬา

 

ผู้ที่สนใจท่าบริหารเข่า และ VDO การบริหารเข่า 4 มัดหลักที่ถูกวิธี และความรู้เรื่องการดูแลเข่า

สามารถติดตามได้จาก Website : Jirantanin.com หรือที่ช่องทาง YouTube Channel : Dr.Jirantanin Orthopaedic

 

สนับสนุนข้อมูลโดย :

พ.ต.อ.นพ.จิรันธนิน รัตนวารินทร์ชัย    ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ, ผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ – ข้อเข่า

ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ  (Musculoskeletal Center)

โรงพยาบาลนวเวช   โทร. 02 483 9999  |  www.navavej.com