• ไทย
เรียกรถพยาบาล 0 2483 9944 CALL CENTER 0 2483 9999
10 สิงหาคม, 2021
บทความสุขภาพ

เมื่อลูกสุดรัก….มีปัญหาการเรียน

เมื่อลูกสุดรัก….มีปัญหาการเรียน

เราจะมีวิธีแก้ได้อย่างไร

 

มีคุณแม่ท่านหนึ่งถามหมอมาว่า ลูกชายเรียนอยู่ชั้น ป.2 กาลังจะขึ้นชั้น ป.3 เป็นเด็กฉลาดเฉลียว ร่าเริงแจ่มใส เรียนรู้อะไรเร็ว ช่างพูดช่างคุย ช่างซักช่างถาม ช่วยเหลือตัวเองดี อ่านดูแล้วก็เหมือนกับเด็กวัยประถมทั่วๆ ไป

แต่มี “ปัญหา” ของลูกอยู่อย่างหนึ่งที่คุณแม่ไม่เข้าใจ ก็คือ จะขึ้นชั้น ป.3 แล้ว ทำไมลูกถึงยังอ่านเขียนหนังสือไม่ได้เลย!

พยัญชนะไทย 44 ตัวก็ยังจำได้ไม่แม่น ไม่นับตัวสะกด ผันวรรณยุกต์ต่างๆ จำสับสนปนเปกันไปหมด

คุณแม่เคี่ยวเข็ญ จับมาสอนให้ท่องจำแค่ไหน ไม่นานก็ลืม ต้องมาสอนจำพยัญชนะกันใหม่ตลอด พอเอามารวมตัวสะกด ให้เป็นคา ใส่วรรณยุกต์ ลูกสับสนมาก อ่านเขียนผิดซะมากกว่าถูก?

จะว่าลูก “ไม่ฉลาด” สติปัญญาไม่ดี ก็ดูจะไม่ใช่ เพราะเรื่องอื่นๆในชีวิตประจำวันจะจำได้ดี ดูจะฉลาดเอาตัวรอดเก่ง

ตอนนี้มีปัญหาคือ เวลาสอนการบ้านลูกทีไร คุณแม่โมโหทุกที ดุว่าไปบ่อยๆ

“แค่นี้ทำไมถึงทำไม่ได้”

“มันยากเย็นอะไรหนักหนา”

ลูกกลัวคุณแม่ ไม่อยากอ่านเขียน คอยจะเลี่ยง ทำใหัความสัมพันธ์แม่ลูกไม่ดี

ที่โรงเรียน คุณครูแจ้งให้คุณแม่ทราบว่า ลูกเรียนวิชาอ่านเขียนได้ช้า เรียนวิชาการไม่ทันเพื่อนในห้อง แต่พวกวิชาวาดรูป พละศึกษา วิชาที่ต้องลงมือทำสิ่งต่างๆ เด็กทำได้ดีเท่าหรือจะดีกว่าเพื่อนร่วมชั้น

คุณครูจึงช่วยด้านการเรียนโดยในเวลาว่างครูจะให้มาฝึกเขียนอ่านแยกต่างหากให้เป็นพิเศษ แต่เด็กก็ยังอ่านเขียนได้ไม่ดีเท่าที่ควร พอจบชั้น ป.2 คุณครูประจำชั้นก็แนะนาว่า…

คุณแม่พาลูกไปหาคุณหมอดูสิว่าลูกมี “ปัญหาการเรียนรู้” หรือ “ไอคิวบกพร่อง” อะไรหรือเปล่า

พอรู้สาเหตุแล้ว ครูจะได้ช่วยเหลือให้ถูกจุด

หมอฟังจากคุณแม่เล่ามาแบบนี้ ในเบื้องต้น หมอคิดว่าปัญหาหลักของลูกชายก็คือเรื่อง “ปัญหาการเรียน”

คือเรียนรู้ทางวิชาการ ด้านการอ่าน การเขียนได้ช้ากว่าเพื่อนวัยเดียวกันทั้งๆที่ครูและแม่ก็ใส่ใจสอนให้ และถือว่าโชคดีที่ขณะนี้ เด็กไม่มีปัญหาพฤติกรรมหรือปัญหาจิตใจด้านอื่นๆ

 

 

 

ปัญหาการเรียนของเด็ก จะมีสาเหตุหลัก 3 ด้าน คือ

  1. เป็นจากตัวเด็กเอง เช่น
  • โรคซน สมาธิสั้น
  • โรคบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือ Learning disability (#LD) หรือ #แอลดี
  • สติปัญญาบกพร่อง
  • ปัญหาทางจิตใจอารมณ์ เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า
  1. จากครอบครัว
  • การเลี้ยงดูไม่เอื้อต่อการเรียนของเด็ก รวมไปถึงขาดปัจจัยในการสนับสนุนการเรียน
  • บรรยากาศครอบครัวเคร่งเครียด
  • มีปัญหาความสัมพันธ์ในบ้าน
  1. จากโรงเรียน สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ไม่ส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ตามวัย
  • ระบบการเรียน การสอนของโรงเรียน
  • คุณสมบัติ ความสามารถและทักษะในการสอนของคุณครู
  • ความสัมพันธ์กับคุณครูและเพื่อนที่โรงเรียนฯลฯ

สาเหตุของ “ปัญหาการเรียน” ของลูกที่หมอนึกถึงมากที่สุดในขณะนี้ ก็คือ

“#โรคบกพร่องทักษะการเรียนรู้” หรือ “#แอลดี”

“แอลดี” นี้เป็นคาเรียกรวม ของความบกพร่องของทักษะ 3 ด้านในการเรียน นั่นคือ

  1. ทักษะการอ่าน
  2. ทักษะการเขียนและการสะกดคา
  3. ทักษะการคิดคานวณทางคณิตศาสตร์

หมอขอแนะนาว่าคุณแม่ควรพาลูกไปปรึกษาจิตแพทย์เด็กหรือกุมารแพทย์เพื่อ

“ ทำการประเมิน และวินิจฉัยสาเหตุของปัญหาการเรียนของลูก”

แพทย์จะทำอะไรให้บ้าง

ขั้นตอนการดูแลและช่วยเหลือเด็กจะเป็นดังนี้

  • แพทย์จะซักประวัติเพิ่มเติมจากคุณพ่อคุณแม่ คนในครอบครัวที่เกี่ยวขัองกับเด็กและตัวเด็ก
  • ตรวจร่างกาย ตรวจประเมินสภาพจิตใจของเด็ก
  • ขอข้อมูลปัญหาการเรียนของเด็กจากคุณครู

ตามมาตรฐานการวินิจฉัยโรคแอลดีจะต้องตรวจประเมินระดับสติปัญญาร่วมกับตรวจ

“แบบทดสอบประเมินความถูกต้องในการอ่านและสะกดคา” (Wide- Range -Achievement test) ฉบับภาษาไทย

ซึ่งทำโดยนักจิตวิทยาคลินิก นอกจากนี้แล้ว สิ่งที่ต้องคานึงถึงในการช่วยเหลือเด็กโรคแอลดี ก็คือ เด็กแอลดีอาจจะมีภาวะอื่นๆเกิดร่วมด้วย เช่น โรคซน สมาธิสั้น /โรควิตกกังวล /การขาดแรงจูงใจในการเรียน /หรือ การมองเห็นคุณค่าในตัวเองต่ากว่าความเป็นจริง ฯลฯ

ซึ่งภาวะที่พบร่วมเหล่านี้ควรได้รับการช่วยเหลือ ช่วยแก้ปัญหาให้เด็กไปพร้อมๆ กับการช่วยเหลือทางด้านการเรียน ผลการรักษาจึงจะครอบคลุมและได้ผลดีที่สุด

 

 สำหรับเด็กแล้ว การเรียนเป็นเรื่องสำคัญลาดับต้นๆต่อการวางรากฐานชีวิตในอนาคตของเด็กคนหนึ่งเลยทีเดียว

ไม่จำเป็นที่เด็กจะต้องแข่งขันกันเรียนอย่างเอาเป็นเอาตายให้ได้ที่หนึ่งในระดับโรงเรียนหรือระดับประเทศ หมอไม่คิดว่าเด็กทุกคนต้องเก่งวิชาการขนาดนั้น (แต่หากเด็กคนใดจะเรียนได้ดีระดับนั้นโดย “มีความสุข” ในการเรียน นั่นก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี น่าชื่นใจของพ่อแม่)

แต่เด็ก “ทุกคน” ต้องสามารถเรียนรู้ มีทักษะพื้นฐานในการอ่านเขียน การค้นคว้า การคิดวิเคราะห์เหตุผล เพื่อจะได้ต่อยอดหาความรู้ในสายงานต่างๆตามความถนัดความชอบต่อไป

เมื่อพบว่าเด็กมีปัญหาการเรียนตั้งแต่วัยเด็กเล็ก/วัยประถม พ่อแม่และครูก็ไม่ควรเพิกเฉยหรือปล่อยปละละเลย คิดว่าเด็กยังเล็ก ไม่เป็นไร เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน โตขึ้น ปัญหาการเรียนของเด็กจะยิ่งแก้ไขยากขึ้นๆ

ดังนั้นหากพ่อแม่และครู พบปัญหาการเรียนของเด็กเล็กและไม่สามารถแก้ไขเองได้ ก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เขี่ยวชาญ ซึ่งจะนาไปสู่การวินิจฉัยปัญหาและการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดและครบวงจร ทั้งที่ตัวเด็ก ครอบครัว และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ตามที่หมอได้กล่าวแล้วข้างต้น

 

ทำแบบทดสอบเพื่อตรวจสอบอาการลูกน้อยว่ามีความเสี่ยงในการมีภาวะเหล่านี้หรือไม่

1. ภาวะพร่องทางสติปัญญา
https://bit.ly/3sdM2xe

2. ภาวะแอลดี (ภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้)
https://bit.ly/3COyYU6

3. ภาวะสมาธิสั้น
https://bit.ly/3AEGkHD

 

สนับสนุนข้อมูล

พญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว

กุมารแพทย์ที่ปรึกษาศูนย์สุขภาพเด็ก  โรงพยาบาลนวเวช

กุมารแพทย์ Cert.in Paediatric Psychological Medicine. The Royal Alexandra Children’s Hospital, Australia.

และเจ้าของเพจ หมอปุ๊ก Doctor For Kids