• ไทย
เรียกรถพยาบาล 0 2483 9944 CALL CENTER 0 2483 9999
02 กรกฎาคม, 2021
บทความสุขภาพ

การดูแลสุขภาพช่องปาก

การดูแลสุขภาพช่องปาก

การดูแลสุขภาพช่องปากที่ทุกคนควรทำทุกวันประกอบด้วยการแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟัน

การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน

– แปรงฟันแบบ 2-2-2 คือ แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ครั้งละอย่างน้อย 2 นาที ไม่ทานขนมและอาหารหวานหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง โดยแปรงฟันให้ครบทุกซี่ ทุกด้าน(ด้านแก้ม ด้านลิ้น ด้านบดเคี้ยวและด้านในสุดของฟันซี่สุดท้าย) แปรงด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ นอกจากนี้ในปัจจุบันยังแนะนำให้แปรงฟันแห้ง คือ การไม่บ้วนน้ำหลังแปรงฟัน โดยให้พยายามถ่มฟองออกให้มากที่สุดแต่จะไม่บ้วนน้ำตามเพื่อให้ฟลูออไรด์และสารออกฤทธิ์อื่นๆในยาสีฟัน เช่น สารลดอาการเสียวฟัน สัมผัสอยู่ที่ผิวฟันได้นานขึ้น

– ใช้ไหมขัดฟันวันละ 1 ครั้ง ก่อนการแปรงฟันก่อนนอน เพื่อทำความสะอาดบริเวณซอกฟันซึ่งเป็นบริเวณที่ฟันชิดติดกันทำให้ขนแปรงสีฟันเข้าไปทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง โดยการทำความสะอาดซอกฟันอาจเลือกใช้อุปกรณ์อื่นๆได้ตามความเหมาะสมของสภาวะในช่องปากได้ เช่น ใช้ superfloss/floss threader ในกรณีที่มีเครื่องมือจัดฟันหรือมีสะพานฟันในช่องปาก หรือใช้แปรงซอกฟัน(interdental brush/proxabrush ในกรณีที่มีการร่นของเหงือกสามเหลี่ยมระหว่างฟัน (interdental papilla) และหากมีช่องว่างไร้ฟัน อาจใช้แปรงกระจุก(end tuft brush) ในการทำความสะอาดบริเวณด้านประชิดของฟันเนื่องจากหากใช้แปรงสีฟันที่มีหน้าตัดกว้างอาจทำให้ขนแปรงฟันเข้าไปทำความสะอาดไม่ถึงบริเวณดังกล่าว ซึ่งหากหาซื้อแปรงกระจุกได้ยาก อาจใช้วิธีตัดขนแปรงสีฟันที่หาซื้อได้ง่ายในท้องตลาดออกให้เหลือเป็นกระจุกสั้นๆก็ได้

– ควรเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่ม(soft) เนื่องจากหากใช้แปรงที่มีขนแปรงแข็ง จะเกิดการขัดสีที่รุนแรงทำให้เกิดการสูญเสียเนื้อฟันหรือที่เรียกว่าฟันสึกได้โดยเฉพาะบริเวณคอฟันและยังทำให้เกิดเหงือกร่น ซึ่งทั้งคอฟันสึกและเหงือกร่นอาจทำให้เกิดอาการเสียวฟันได้ นอกจากนี้หากคอฟันสึกมากๆอาจสูญเสียเนื้อฟันจนทะลุไปถึงโพรงประสาทฟันซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดและนำไปสู่การรักษารากฟันหรือถอนฟันได้

คำถามที่พบบ่อย

  1. จำเป็นต้องใช้น้ำยาบ้วนปากหรือไม่

ตอบ : ในคนทั่วไป หากต้องการบ้วนปากแนะนำให้ใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์และปราศจากแอลกอฮอล์ แต่หากเราใช้วิธีแปรงฟันแห้งแล้ว ก็จะมีฟลูออไรด์สัมผัสที่ผิวฟันอยู่แล้ว แต่หากจะใช้น้ำยาบ้วนปาก อาจแนะนำให้ใช้หลังแปรงฟันอย่างน้อย 30 นาทีก็จะช่วยเพิ่มระยะเวลาที่ฟลูออไรด์สัมผัสผิวฟันได้

แต่อย่างไรก็ตาม น้ำยาบ้วนปากไม่สามารถทดแทนการแปรงฟันได้ ยกตัวอย่างเช่น เวลาเราล้างคราบสกปรกที่จาน หากเราเอาน้ำผสมน้ำยาล้างจานราดที่จานไปก็อาจจะยังมีคราบติดแน่นหลงเหลืออยู่ ต้องใช้แปรงมาขัดคราบออก จานจึงจะสะอาด การทำความสะอาดฟันก็เช่นเดียวกัน

  1. ใช้แปรงไฟฟ้าจะแปรงสะอาดกว่าหรือไม่

ตอบ : การใช้แปรงสีฟันร่วมกับวิธีการแปรงที่ถูกต้องสามารถทำความสะอาดได้ดีพอๆกับการใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า อย่างไรก็ตามแปรงสีฟันไฟฟ้าจะช่วยให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาในการขยับมือ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นพาร์กินสัน มือสั่น สามารถแปรงสีฟันด้วยตนเองได้ดีขึ้นเนื่องจากไม่ต้องขยับแปรงเยอะ แค่จับแปรงไฟฟ้าแล้ววางแปรงให้สัมผัสฟันครบทุกซี่ทุกด้านก็สะอาดได้โดยไม่ต้องขยับปัด/หมุนแปรงเอง

  1. ลูกใช้ยาสีฟันผู้ใหญ่ได้หรือยัง ใช้ปริมาณฟลูออไรด์เท่าไรดีในการแปรงฟัน

ตอบ : ข้อแตกต่างที่สำคัญสำหรับยาสีฟันเด็กและผู้ใหญ่คือปริมาณฟลูออไรด์ที่อยู่ในยาสีฟัน เนื่องจากเด็กเล็กอาจมีการกลืนยาสีฟันลงไปโดยเฉพาะยาสีฟันเด็กที่มีการแต่งรสและกลิ่นเพื่อให้เด็กร่วมมือในการแปรงฟันได้ดีขึ้น ในสมัยก่อนจึงกำหนดให้ยาสีฟันเด็กมีความเข้มข้นของฟลูออไรด์ 500ppm เพื่อไม่ให้เกิดความเป็นพิษต่อเด็กกรณีที่เผลอกลืนลงไป แต่อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2562 ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทยแนะนำให้ใช้ยาสีฟันที่มีความเข้มข้นฟลูออไรด์ 1,000-1,500ppm ได้ในทุกกลุ่มวัย เนื่องจากในการศึกษาวิจัยต่างๆ พบว่า ยาสีฟันที่มีความเข้มข้นของฟลูออไรด์มากกว่าจะสามารถป้องกันฟันผุได้ดีกว่า และยาสีฟันเป็นการใช้ยาเฉพาะที่และใช้ภายนอกไม่ได้ใช้ทางระบบจึงแนะนำให้ใช้ความเข้มข้นที่สูงขึ้นจากสมัยก่อน แต่ก็แนะนำให้ใช้ในปริมาณและความเข้มข้นที่ต่างกันขึ้นกับอายุและความเสี่ยงที่จะเกิดฟันผุของเด็กแต่ละคน คือ

–  ในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ใช้ 1,000 ppm ใช้ปริมาณแค่แตะเป็นฟิล์มบางๆ(smear layer) หากมีความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุสูงอาจใช้ 1,500ppm

– ในกลุ่มเด็กอายุ 3-6 ปี ใช้ 1,000 ppm ใช้ปริมาณตามด้านกว้างของแปรงสีฟัน หากมีความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุสูงอาจใช้ 1,500ppm

– ในกลุ่มเด็กอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ใช้ 1,500 ppm ใช้ปริมาณเต็มหน้าตัดของแปรงสีฟันในแนวยาว

ดังนั้นสรุปว่าสามารถใช้ยาสีฟันผู้ใหญ่ตามความเข้มข้นและปริมาณที่แนะนำได้เลยค่ะ

 

 

 

ทันตแพทย์หญิงณัฐธิดา สิริอมราพร

ศูนย์ทันตกรรม

 โรงพยาบาลนวเวช