• ไทย
เรียกรถพยาบาล 0 2483 9944 CALL CENTER 0 2483 9999
18 มิถุนายน, 2021
บทความสุขภาพ

มาตรวจเบาหวานกันเถิด

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานมีหลายอย่าง และน้ำหนักของแต่ละอย่างก็ไม่เท่ากัน มีงานศึกษาปัจจัยเสี่ยงหลายๆอย่างของเบาหวาน แล้วนำข้อมูลมาคำนวณเป็นคะแนนความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานในอนาคต ซึ่งสามารถใช้ทำนายความเสี่ยงในอีก 12 ปีข้างหน้าได้อย่างแม่นยำพอสมควรในคนไทย

 

 

การแปลผลคะแนนความเสี่ยง คะแนนยิ่งสูง ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มมากขึ้น คะแนนสูงสุดคือ 17 คะแนน

 

                                     คะแนน                   ความเสี่ยงใน 12 ปีข้างหน้า                  ระดีบความเสี่ยง                    โอกาสเกิดเบาหวาน

                                      </= 2                                     <5%                                                    น้อย                                       1/20

                                      3 – 5                                      5 -10%                                          ปานกลาง                                 1/12

                                      6 – 8                                    11 – 20%                                              สูง                                        1/7

                                       >8                                     >20%                                                สูงมาก                                   1/3 – 1/4

ผู้ที่ต้องการจะรู้ว่า ตัวเองมีความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานมากน้อยแค่ไหน ก็ลองทำตามตารางดู ถ้าได้คะแนนตั้งแต่ 6 ขึ้นไป ควรจะไปตรวจเช็คเบาหวาน

ใครควรตรวจเบาหวาน

จากตารางข้างบนจะเห็นว่า เบาหวานมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง และแต่ละอย่างก็มีน้ำหนักไม่เท่ากัน แล้วในผู้ใหญ่ ทีมีโอกาสเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ถึงมากกว่า 90% ควรจะคัดกรองเบาหวานได้ตั้งแต่เมื่อไหร่

1.ในประชากรทั่วไป ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป

2. ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรืออ้วน (ดัชนีมวลกาย >25 กก./ตร.ม. หรือ >23 กก./ตร.ม.ในคนไทย) ที่มีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

2.1 มีประวัติเบาหวานในครอบครัว เช่น พ่อ, แม่, พี่, น้อง สายตรง

2.2 มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

2.3 เป็นความดันโลหิตสูง หรือรับประทานยารักษาอยู่

2.4 ผู้ที่มีไขมันผิดปกติ HDL <35 มก/ดล. และ/หรือ Triglyceride >250 มก/ดล. หรือรับประทานยารักษา

2.5 ผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย

2.6 กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic ovarian syndrome) ในผู้หญิง

2.7 ผู้ที่มีลักษณะทางคลินิกที่เกิดร่วมกับ “ภาวะดื้อต่ออินซูลิน” (Insulin resistance) เช่น อ้วนมาก (severe

obesity), acanthosis nigricans (รอยปื้นดำ หนา ขรุขระ ที่บริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ เป็นต้น)

  • เชื้อชาติที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อัฟริกันอเมริกัน, ละติน, อินเดียนแดง, กลุ่มชนหมู่เกาะแปซิฟิก เป็นต้น
  • ผู้หญิงที่อ้วน และวางแผนที่จะมีบุตร ควรตรวจเบาหวาน หรือภาวะก่อนเบาหวาน ด้วย

บุคคลเหล่านี้ ควรตรวจเบาหวานในทุกอายุ

  1. ผู้ที่อยู่ในภาวะก่อนเบาหวาน (น้ำตาลสูงกว่าปกติ แต่ไม่ถึงเกณฑ์วินิจฉัยเบาหวาน)
  • HbA1c = 5.7-6.4%,
  • ค่าน้ำตาลหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมงขึ้นไป อยู่ระหว่าง 100-125 มก/ดล. (Impaired fasting glucose หรือ IFG คือน้ำตาลขณะอดอาหารบกพร่อง)

ควรได้รับการตรวจเบาหวานทุกปี

  1. ผู้หญิงที่มีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational diabetes mellitus) ควรตรวจเบาหวานตลอดไป อย่างน้อยทุก 3 ปี (กรณีที่ยังไม่เป็น)
  2. ผู้ที่เป็นโรคเอดส์ (HIV)
  3. ถ้าตรวจแล้วปกติ ควรตรวจอย่างน้อยทุก 3 ปี หรือแล้วแต่ปัจจัยเสี่ยง และผลการตรวจ

สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงในภาวะก่อนเบาหวานและเบาหวานประเภทที่ 2 คือ

  1. ไม่มีใครทราบ “จุดเริ่มต้น” (onset) ของเบาหวาน จะเป็นเมื่อไหร่
  2. ส่วนใหญ่ไม่มีอาการอะไร หรืออาการน้อยจนไม่ทราบว่า นั่นคืออาการของเบาหวาน
  3. ถ้าชะล่าใจ หรือประมาท คิดว่า ไม่เป็นอะไร อาจมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนทั้งเฉียบพลันและเรื้อรังได้
  4. ถ้ารู้ตัวว่าเป็นภาวะก่อนเบาหวาน สามารถป้องกัน หรือชะลอการเป็นเบาหวานในอนาคตได้

มาตรวจเบาหวานกันเถิด”  เพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต ไม่ต้องกลัวถ้าจะต้องเป็น ดีกว่าเป็นโดยไม่รู้ ป้องกันดีกว่ารักษา เพราะฉะนั้น “มาตรวจเบาหวานกันเถิด”  เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นเบาหวาน และป้องกันเบาหวานไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อน

 

นพ.ธวัชชัย ภาสุรกุล

อายุรแพทย์

ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลนวเวช

โทร 02 483 9999 www.navavej.com