• ไทย
ติดต่อฉุกเฉิน 0 2483 9944 CALL CENTER 0 2483 9999
22 กุมภาพันธ์, 2021
บทความสุขภาพ

“วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก” กันไว้ ดีกว่าเป็น

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งอันดับ 2 ที่พบในหญิงไทย แต่สิ่งที่ทุกคนอาจจะไม่รู้ คือ มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งไม่กี่ชนิดที่ป้องกันได้ คือ มีระยะก่อนมะเร็งที่สามารถตรวจพบได้ และเราสามารถฉีดวัคซีนป้องกันความเสี่ยง เพื่อลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็งได้อีกด้วย  

รู้จักวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก   

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก คือ วัคซีนที่ป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก ในประเทศไทยมีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่

  1. Bivalent Vaccine หรือชื่อว่า Cervarix สามารถป้องกันเชื้อไวรัส HPV 16 และ 18 
  2. Quadrivalent Vaccine หรือชื่อว่า Gardasil สามารถป้องกันเชื้อไวรัส HPV 16 และ18 ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก และป้องกันไวรัส HPV สายพันธุ์ 6 กับ 11 ซึ่งเป็นสาเหตุของหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศ  
  3. Nonavalent vaccine หรือชื่อว่า Gardasil 9 ซึ่งเป็นวัคซีนตัวล่าสุด สามารถป้องกันเชื้อไวรัส HPV เพิ่มมาอีก 5 สายพันธุ์จากวัคซีน Gardasil ซึ่งสายพันธุ์ที่เพิ่มมา ได้แก่ 31, 33, 45, 52, 58                                                                

HPV vaccine ฉีดอย่างไร?

สำหรับวัคซีนชนิดนี้จะฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อ (Intramuscular Injection or IM) ที่ต้นแขนหรือสะโพก จำนวน 3 เข็ม โดยเข็มแรกสามารถเลือกวันที่สะดวก เข็มที่สองจะฉีดหลังจากเข็มแรกประมาณ 1 – 2 เดือน และเข็มที่ 3 จะฉีดหลังจากเข็มแรก 6 เดือน  


ควรฉีดวัคซีนตอนอายุเท่าไรดี??  

การฉีดวัคซีนในเด็กจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงกว่าผู้ใหญ่ โดยฉีดวัคซีน 2 ครั้งจะสามารถกระตุ้นภูมิได้เท่ากับการฉีดวัคซีน 3 ครั้งในผู้ใหญ่ โดยให้ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่หากเลยวัยเด็กมาแล้ว ประสิทธิภาพของวัคซีนจะดีที่สุดในผู้ที่ไม่เคยได้รับเชื้อไวรัส HPV หรือผู้ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ 


วัคซีนมีผลข้างเคียงหรือไม่?

ส่วนใหญ่อาการมักเป็นเล็กน้อยและหายได้เอง และเป็นอาการข้างเคียงบริเวณที่ฉีดยา เช่น ปวด บวม แดง และคัน จึงควรฉีดยาข้างที่ไม่ถนัด บางคนอาจมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ผื่นคัน ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรง 


สรุป

การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งสามารถลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งนำไปสู่ค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลในการรักษา ค่าเสียเวลา และอีกค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จิปาถะ จึงคุ้มค่ากับการลงทุน อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการตัดสินใจ เพื่อวัคซีนที่ฉีดจะได้มีประสิทธิภาพ และมีความเหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถาม นัดหมาย หรือปรึกษา ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรงพยาบาลนวเวชได้ตลอด 24 ชั่วโมง


พญ.ชลิดา  เรารุ่งโรจน์
สาขา สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา (Obstetrics and Gynaecology) 
อนุสาขา มะเร็งวิทยานรีเวช (Gynaecological Oncology)